หมากันทั้งนั้น

ขึ้นชื่อว่าผู้ชายครั้นออกปากว่าจะทำอะไรก็คือทำ ถ้าออกปากว่าไม่ทำอะไรก็ไม่ทำ หากแต่ออกปากว่าทำแล้วไม่ทำหรือบอกว่าไม่ทำแล้วทำ อันนั้นก็ “หมา” หมากันทั้งนั้น

ย้อนไปเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ขณะที่รัฐบาลไทยกำลังงุ่นง่านกับการแต่งตั้งนักโทษหนีอาญา ทักษิณ ชินวัตร เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของทั้งรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นการตบหน้ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ฉาดใหญ่ ขณะนั้นรัฐบาลก็มึงมาพาโวยตอบโต้แรงทุกรูปแบบ ตั้งแต่เรียกทูตกลับ ตรวจเข้มที่ด่านพรมแดน รวมถึงนายอภิสิทธิ์และนายกษิต ภิรมย์ ที่ออกมาขู่ฟ่อว่าจะถอน MOU44 และ TOR46 ซึ่งทำในสมัยรัฐบาลทักษิณ โดยให้เหตุผลว่าทำให้เสียดินแดนทางทะเล และคนที่ลงนามไปอยู่กับฝ่ายคู่เจรจา

จากพฤศจิกานั้นถึงพฤศจิกานี้ก็เกือบครบขวบปี ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เดือนสองเดือนก่อนหน้า นายกษิตรายงานกลางสภาว่าได้ยื่นขอมติคณะรัฐมนตรีและว่าจ้างฝรั่งต่างชาติที่ไม่รู้งูรู้ปลามาทำการศึกษา พูดแล้วไม่ทำจนเวลาผ่านพ้น ..อันนี้ก็หมา!

พูดถึงนายกษิตก็ชวนให้นึกถึงภาพเก่าบนเวทีพันธมิตรฯ ที่ทั้งกร้าวทั้งกล้าถูกอกถูกใจผู้ชม ปากเก่งถึงขนาดเรียกฮุน เซน ว่า “กุ๊ย” ริมชายแดน แต่พอครั้นรับตำแหน่งเสนาบดีก็รี่เร่งส่งจดหมายน้อยไปชี้แจงให้เขาเยาะ สมกับเป็นลูกผู้ชายตัวจริงลูกหม้อกระทรวงผู้ดี พฤติกรรมการบริหารกระทรวงก็สุดทรมานใจผู้ชม ปล่อยปละละเลยให้ลูกหลานเขมรเชื้อเถาเหล่าก่อที่กำเนิดมาจากกกเดียวกับจิ้งจอกเฒ่าสีหนุ ที่ทั้งมันและพ่อมันยังพูดภาษาเขมรอยู่เข้ามาดูแลประโยชน์ชาติด้านเขมร ไม่นับรวมปล่อยประธานเจบีซีไทยหัวใจเขมรทำงานเพื่อประโยชน์เขมร

ถ้าฮุน เซน มัน “กุ๊ย” นายกษิตมันก็แค่ “กาก” !!

ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ทำทีทำท่าว่าจะเป็นเรื่องใหญ่โต มีการตอบโต้แรง ๆ กันไปมา ขณะที่ความร้อนแรงในน้ำลายของนายกรัฐมนตรีสองประเทศกลับอยู่ในบริบทอื่น และทั้งที่จากประเด็นทักษิณถูกเปลี่ยนเป็นเรื่องพิพาทเขตแดน ทว่ารัฐบาลไทยไม่มีการดำเนินการอะไรเรื่องนี้เลย นิ่ง ๆ เนิบ ๆ จนถึงการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่บราซิลจึงเหมือนว่าจะลุกรี้ลุกลนขึ้นมาอีกครั้ง เป็นประเด็นขึ้นมาทั้งในและนอกประเทศ กระทั่งส่งรัฐมนตรีไปเล่นยี่เก ชวนชาวบ้านไปเล่นกีฬาที่สนามไทย-ญี่ปุ่นดินแดง แล้วไปออกมหรสพกันต่อที่ช่อง ๑๑ ซึ่งวันนั้นผู้เป็นนายกรัฐมนตรีเอ่ยขึ้นมาเองว่าจะเอาร่างบันทึกเจบีซีทั้งสามฉบับให้ประชาชนช่วยดูและเปิดเวทีประชาพิจารณ์ ที่ห้องส่งวันนั้นนายปณิธานคนที่เสียดายตำแหน่งในมหาลัยและก็อยากรับใช้ชาติในทำเนียบก็อยู่ร่วมด้วย

พอครั้งมีประกาศลาออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาของนายทักษิณโดยรัฐบาลกัมพูชา มีอะไรเบื้องหน้าเบื้องหลังนั้นก็สุดที่ชาวบ้านจะคาดเดา แต่นับจากเหตุนั้นเมื่อสิงหาปีนี้การณ์ก็ตาลปัตร กลายเป็นว่าไทยรีบส่งทูตกลับไปแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย รัฐบาลก็บอกว่า “หมดเหตุ” ที่จะทะเลาะกัน ว่ากันง่าย ๆ อย่างนั้นเลยทีเดียว

ต่อเนื่องด้วยการพบปะกันระหว่างฮุน เซน และอภิสิทธิ์ หนึ่งครั้ง สองครั้ง ดูว่าเป็นมิตรไมตรีที่เข้าใจกันอย่างยิ่ง ทั้งทีก่อนหน้า “กุ๊ยเขมร” ของนายกษิตก็ออกปากสาปส่งแช่งชักให้นายอภิสิทธิ์ถูกรถชนตาย หมู หมา กา ไก่ ฯลฯ

จากนั้นความสัมพันธ์ก็ดีขึ้นตามลำดับความหวานชื่นของสองผู้นำ ระดับรองระดับล่างก็ไปหา-มาสู่กันหลายครั้งหลายคราวต่อเนื่องกันคึก ๆ การประชุมคณะกรรมการชายแดนระดับย่อยก็มีการพบปะพูดคุย การประชุมจีบีซีซึ่งเขมรเคยล้มโต๊ะเมื่อเดือนสิงหาก็ผ่านไปด้วยความชื่นมื่น ความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเป็นลำดับพร้อมความร่วมมือในมิติต่าง ๆ

ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมาสุดท้ายเป็นแต่เพียง “ทักษิณ” หรือ “ไม่ทักษิณ” เท่านั้น อธิปไตยและแผ่นดินเป็นแต่เพียงเครื่องเคียงประดับจาน หมดกับก็ทิ้งผักให้กราดเกลื่อนอย่างนั้น

จึงเห็นได้ว่ามิตรไมตรีของนายกรัฐมนตรีสองประเทศ คือความพยายามเร่งรัดในอันที่จะนำร่างข้อตกลงฯ สามฉบับเข้าสภา ๑๙ ตุลาเข้าแล้วก็ถูกขวาง ๒๖ ตุลาเข้าแล้วก็ถูกเลื่อน ก็ยังดื้อยังด้านจะผ่านพ้นโดยไม่สนว่าในนั้นเนื้อหาจะทำลายชาติตัวเองอย่างไร ๒ พฤจิกานี้คือนัดดีเดย์สุดท้าย

เร่งรัดเดินหน้าโดยไม่สนว่าก่อนนี้เคยพูดกับคนทั้งประเทศไว้อย่างไร นายปณิธาน วัฒนายากร ที่อยู่ร่วมช่อง ๑๑ ก็หน้ามึนเฉไฉเปลี่ยนสถานที่แล้วอ้างว่านายกฯ ไม่เคยพูด นายบุรณัชย์ สมุทรักษ์ ก็ยกความเดิมเมื่อชาติที่แล้วสรุปรวมกวาดมาทั้งกองว่าฟังประชาชนมาแล้ว ๘ ครั้ง หน้าด้านว่ากันไปโน่นทีเดียวเทียว ปี ๕๑ นับ ๗ ครั้ง ปี ๕๓ ที่ศรีษะเกส ๑ ครั้ง แล้วเข้าพบพันธมิตรอีกครั้งสองครั้ง ครบถ้วนถูกต้องตามน้ำลายแล้วเหรอหมา?

เมื่อคำพูดไม่เป็นคำพูด เป็นผู้ชายถ้าจะไล่ให้ไปสวมผ้าถุงนุ่งกระโปรงก็เห็นจะไม่ถูก ที่เหมาะสมก็คงต้องไล่ให้แก้ผ้าไปวิ่งเล่นอาบน้ำฝน!!

จะนายกรัฐมนตรี จะรัฐมนตรี จะโฆษก หรือจะมีตำแหน่งแห่งหนทางการเมือง การศึกษาสูง โรงเรียนผู้ดีหรือขี้คล่อก สุดท้ายมันก็แค่นักการเมืองธรรมดา ๆ จำพวกนั้น

และจริง ๆ แล้ว มันก็หมากันทั้งนั้นแหละ พูดจาหมา ๆ หาความรับผิดชอบไม่ได้ก็เท่านั้นเอง!!

หรือจะให้เอาร่างบันทึกเจบีซีทั้งสามฉบับซึ่งตีตราลับโคตรพ่อโคตรแม่มาเปิด คนเขาจะได้รู้ว่าพวกคุณทำชิบหายกับบ้านเมืองกันยังไง!?

Posted in ทัศนะ and tagged , . Bookmark the permalink. Print

About n/e

ชายไทยไม่ระบุชื่อ สิ่งมีชีวิตเขตร้อน เกิดและเติบโตเหนือเส้นศูนย์สูตรเล็กน้อย รักในกาแฟรสขมเข้ม นิยมความเงียบ กินอยู่หลับนอนกับแมว ๑๖ ชีวิต
Click the image below for Shared Hosting ONLY $2.48/month

3 Responses to หมากันทั้งนั้น

  1. อาม่า says:

    เข้าใจไหมล่ะ ว่าทำไมฉันถึงรังเกียจคนพวกนี้
    จนแสดงออกต่อหน้าแบบเสียมารยาทที่ NBT
    เราไม่จำเป็นต้องรักษามารยาทกับคนแบบนี้

  2. นอ นิมคนมีนอ says:

    การกระทำต่างๆ มันบ่งบอกถึงนิสัยทางบ้าน ว่ามั้ย …..

    หรืออีกอย่างมันก็ ….. เหมือนๆ กันทั้งตระกูลก็ไม่น่าผิด ….

  3. คนรักหมา says:

    แหม หมาดีๆ ก็มีเหมือนกันนะจ๊ะ เปลี่ยนเป็นตัวอะไรก็ได้ที่ไม่มีดีเสียเลยไม่ได้หรือ