คนดีจะแพ้ ความดีจะแพ้ ประเทศไทยจะแพ้

Date 8 May 2010 – 12:54

สองวันก่อนผมเขียนเรื่อง “อรุณสวัสดิ์ รัฐไทยใหม่” และทิ้งท้ายว่าจะเกิดการนองเลือด วันเดียวกัน อ.ปราโมทย์ นาครทรรพ เขียนบทความ “ดาวลูกไก่ในกำมือขี้ครอก คางคกและจกเปรต” เป็นความเห็นในทิศทางใกล้เคียงกัน ใจความสำคัญตอนต้นของ อ.ปราโมทย์ ระบุว่า

     เตรียมตัวให้ดีเถิดครับ หาก 3,038 คำของนายกฯ อภิสิทธิ์เมื่อคืนวันที่ 3 พฤษภาคมนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขและเงื่อนเวลาเมื่อใด เมืองไทยจะกลายเป็นสาธารณรัฐภายใน 5 ปี
       ก่อนจะถึง 5 ปี แล้วแต่เหตุการณ์ จะเกิดสงครามกลางเมืองครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติ คนไทยจะห้ำหั่นกันเอง มีเพื่อนบ้านรับจ้างอย่างน้อยพม่ากับเขมรมาช่วย เป็นไปตามบ่วงกรรมและบาปร่วมของคนไทยในอดีต

ผมเชื่อว่าหลายคนที่ติดตามการเมือง มาอย่างใกล้ชิดโดยในช่วงสามสี่ปีนี้ น่าจะพอคาดหมายได้ว่าข้างหน้าคนไทยทั้งประเทศต้องเผชิญหน้ากับอะไร

ผมโดยส่วนตัว ไม่ได้มีความนิยม หรือ ภาษาที่หลายคนใช้ คือ “รัก” คุณอภิสิทธิ์ ทั้งยังไม่ใช่ผู้สนับสนุน ผมเพิ่งมาเปลี่ยนท่าทีให้การสนับสนุนเมื่อไม่นานนี้เอง เมื่อช่วงต้นของการยกพลเข้ากรุงของขบวนการกบฏไพร่แดง

ด้วยการเมืองที่มีข้อจำกัด กระทั่งแทบมองไม่เห็นใครในระบบขณะนี้ที่จะเป็นตัวเลือกที่ดีได้ ผมให้การสนับสนุนคุณอภิสิทธิ์ ในฐานะคนดี ที่จะธำรงรักษา “ความดี ความถูกต้อง” ของสังคม เพราะถ้าประเทศนี้ไม่สามารถรักษาความดีความถูกต้องไว้ได้ สยบต่อความชั่วช้า ต่ำทรามของขบวนการกบฏไพร่แดง เมื่อนั้นความสามานย์จะเป็นใหญ่ คนไทยจะฉิบหายทั้งประเทศ

ด้วยเหตุนี้เหตุเดียว ความเห็นแย้งหรือไม่พอใจต่อข้อเสนอปรองดอง ๕ ประการจึงไม่อยู่บนความคิดที่ว่า “รักมาก ก็เกลียดมาก” อย่างที่คุณอภิสิทธิ์พยายามอ้างถึง

แต่ถ้าจะพูดในประเด็นนี้ สิ่งน่าเกลียดที่สุดที่คุณอภิสิทธิ์ทำ คือ เห็นคนอื่นดีกว่าคนของตัว (ประชาชนที่ให้การสนับสนุน) “ค้อมหัวให้คนนอก กดหัวพวกเดียวกัน” พฤติกรรมอย่างนี้สร้างความหมางใจมามากต่อมากแล้ว

ผมไม่ทราบว่า คุณกรณ์ จาติกวณิช มีส่วนมากน้อยแค่ไหนในบทความไทม์ออนไลน์ ที่ยกย่องให้คุณอภิสิทธิ์เป็น “รัฐบุรุษ” ผมเชื่อโดยสนิทใจว่าคุณอภิสิทธิ์เป็นคนดี คิดดี ไม่อยากมองไปไกลขนาดที่ว่า “เอาตัวรอด” และ “กะล่อนโวหาร” หากแต่พฤติกรรมบางอย่างในระยะสองสามวันมานี้ชวนให้รู้สึกอย่างนั้นอยู่ไม่น้อย

เป็นไปไม่ได้เลยที่ความปรารถณาดีทั้ง ๕ ประการนั้นจะให้มรรคผลใดต่อสังคม แม้จะช่วยบรรเทาสถานการณ์เฉพาะหน้านี้ได้ หากแต่จะซ้ำเติมให้สถานการณ์ข้างหน้าเลวร้ายยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก การห้ำหั่นกัน สงครามกลางเมือง อย่างที่ อ.ปราโมทย์ คาดการณ์ไม่ไกลเกินจริง

ขายผ้าเอาหน้ารอด แล้วไปตายเอาดาบหน้า

ท่าทีของคุณอภิสิทธิ์เอง ทัศนะของคุณอภิสิทธิ์เองนั่นแหละเป็นปัญหา ความปรารถนาดีที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ดำรงอยู่ก็ดี ทางออกอันเป็นความฝันเพ้อเจ้อที่ไม่มีทางเป็นได้จริงเลยแม้นิดเดียวก็ดี คิดดีแบบโง่ ๆ ก็ดี เหล่านี้แหละที่เป็นแหล่งปมเพราะเชื้อโรคร้ายให้เติบโตแข็งแกร่ง

ถามว่าใช่ทัศนคติ วิธีคิดของอภิสิทธิ์ ก่อนและหลังเหตุการณ์เมษาเลือด ปี ๒๕๕๒ ไม่ใช่หรือ ที่ทำให้ขบวนการกบฏไพร่แดง เติบโต ขยายตัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน การไม่บังคับและไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ตรงไปตรงมา ลอยตัวปล่อยให้ตำรวจและกระบวนการยุติธรรมชั้นต้นทำเละทำเทะอย่างไรก็ได้ แล้วอ้างว่า “ไม่แทรกแซง” ส่งผลให้แกนนำเสื้อแดง ลอยนวลอยู่ได้ ดำเนินการขยายมวลชนได้

ถามว่าใช่ทัศนคติ วิธีคิดของอภิสิทธิ์ ก่อนและหลังเหตุการณ์เมษาเลือด ปี ๒๕๕๒ ไม่ใช่หรือ ที่ไม่แตะต้องข้องแวะกับโทรทัศน์ดาวเทียม วิทยุชุมชน เว็บไซต์ และสื่อรูปแบบอื่น ทำให้เกิดการปฏิบัติการทางข้อมูลข่าวสาร จนกระบวนการ “สร้างไพร่” ขยายตัวลุกลาม สื่อเหล่านี้นอกจากทำหน้าที่ “ฝังข้อมูลเท็จ” แล้วยังใส่ข้อมูลให้ร้าย ปลุกความรู้สึกต่อต้าน หรือลามปามถึงขั้นโค่นล้มสถาบันพระมหากษัตริย์

ถามว่าใช่ทัศนคติ วิธีคิดของอภิสิทธิ์ ก่อนและหลังเหตุการณ์เมษาเลือด ปี ๒๕๕๒ ไม่ใช่หรือ ที่ปล่อยให้โทรทัศน์ในสังกัดรัฐบาล ทั้งกรมประชาสัมพันธ์และกองทัพบก หรืออาจรวมถึงโทรทัศน์สัมปทานเอกชน เละเทะ ไม่ทำหน้าที่ที่ควร ในอันที่จะทำการต่อสู้เชิงข้อมูลข้อเท็จจริงเพื่อต่อสู้ข้อมูลเท็จ บิดเบือน

ถามว่าใช่ทัศนคติ วิธีคิดของอภิสิทธิ์ ก่อนและหลังเหตุการณ์เมษาเลือด ปี ๒๕๕๒ ไม่ใช่หรือ ที่ทำให้ไม่สามารถบังคับบัญชา สร้างความศรัทธาในความเป็นผู้นำให้เกิดกับหน่วยราชการในสังกัด ทั้งตำรวจ ทหาร และหน่วยงานอื่น ๆ กระทั่งเกิดภาวะ “ขืนคำสั่ง” เกิดข้าราชการพืชผักสวนครัวจำนวนมาก สั่งทหารไม่ได้ สั่งตำรวจไม่ได้

ขาดความ “กล้าหาญ-เด็ดขาด” จนอยู่ในสภาวะสั่งใครไม่ได้ สั่งตำรวจ ตำรวจไม่ทำ สั่งอนุพงษ์ อนุพงษ์ไม่ทำ

อำนาจมี แต่บารมี-ความศรัทธาไม่มี สุดท้ายอำนาจก็ไม่มี ความเชื่อ วิธีคิดและการกระทำพาตัวเองไปสู่สภวาะยอมจำนนต่อสถานการณ์ จนเสนอความคิดปลองดองโง่ ๆ ออกมา

ผมอยากจะใช้คำประเภท ขี้ขลาด ตาขาว เขลา อย่างที่ใครเขาใช้อธิบาย แต่ไม่อยากทำร้ายน้ำใจกันเกินไปนัก

ข้อเสนอ-ทัศนะ “โง่ซ้ำซาก” ของคุณอภิสิทธิ์ ผ่านคุณปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ที่จะ “ลดทอน” ระดับเนื้อหา ความเข้มข้นของช่อง ๑๑ ที่ทำหน้าที่ต่อสู้เชิงข้อมูลข่าวด้วยข้อเท็จจริงในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาอย่างได้ผลลง วิธีคิดที่ใช้จับคือการลดทอนความเข้มข้นหรือตัดรายการเพื่อการลดความขัดแย้ง เลยเถิดไปถึงการถามเชิงขอร้องให้เอเอสทีวีลดระดับลงด้วย นั้น สะท้อนวิธีคิดเดิม ๆ ที่ใช้จัดการช่อง ๑๑ ในช่วงก่อนหน้า ซึ่งทำให้กระบวนการไพร่แดงขยายตัว และเกิดปัญหาที่ “สุดปัญญา” จะแก้ อย่างที่ปรากฎ

เอาอะไรคิดไม่ทราบ แต่บทเรียนไม่ได้มีไว้เรียนรู้ ปรับปรุง ปรับวิธีคิด ปรับยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี อภิสิทธิ์ก็ยังเป็นอภิสิทธิ์ คิดในกรอบเดิม แบบเดิม

นับจากวันนี้ไป แต่ละพรรคจะเริ่มเข้าสู่โหมดพร้อมเลือกตั้ง ที่การเมืองยากจะนิ่ง ใครอยู่ในฐานะพรรคร่วมก็เตรียมเสบียงกรังจากงบประมาณแผ่นดิน การโกงทำกันอย่างครึกโครม หน่วยงานราชการที่เคยพอหยิบใช้ได้บ้างก็จะเหลือน้อยเต็มทน คดีที่หวังว่าทั้งตำรวจ ดีเอสไอ อัยการจะดำเนินการต่อนั้นก็อย่าหวังว่าจะถึงไหน ในสภาวะที่แทบจะไร้อำนาจบังคับบัญชาอยู่แล้วยิ่งถดถอยหนัก แม้ตั้งเงื่อนไว้ว่าถ้าไม่สงบก็ไม่ยุบสภา แต่ไม่มีใครยืนยันได้ว่าจะเกิดความสงบและไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะมีคนทำตาม ในเมื่ออายุรัฐบาลกำลังนับถอยหลัง

แม้อภิสิทธิ์จะเล่นลมลิ้นว่า ไม่ได้ยุบสภาเพื่อเป็นฝ่ายค้าน แต่ใคร ๆ ก็คาดการณ์ได้ว่าใครจะมา การตัดสินใจเสนอแผนปรองดองยิ่งทำลายฐานเสียงและแรงสนับสนุนอย่างสำคัญ ขณะที่คณะกรรมการเลือกตั้งชุดปัจจุบันยังเป็น “องค์กรเฮงซวย” และ “ตัวสร้างความชิบหาย” เหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง ก็ถามว่านายอภิสิทธิ์จะมีโอกาสกลับมาสานต่ออีกกี่มากน้อยกันเชียว

การตัดสินใจเสนอเงื่อนไขทั้งหมดนั้น แม้เหมือนว่าจะเป็นความปรารถณาดี แต่ได้ผลเฉพาะพาตัวอภิสิทธิ์ออกจากปัญหา ประเทศได้ขยับขยายหายใจอีกเล็กน้อย ทิ้งปัญหาใหญ่กว่าไว้เบื้องหลัง ถามว่าการตัดสินใจลักษณะนี้เป็น “รัฐบุรุษ” ประเภทไหนกัน?

เมื่อคน (ที่คงจะ) ดีขาดความเด็ดขาด เด็ดเดี่ยว กล้าหาญ ขาดการตัดสินใจในทางที่เหมาะแก่สถานการณ์ สยบยอมต่อความชั่วช้า ทั้งต่อไพร่ในเบื้องหน้า ข้าราชการ นักการเมืองข้างตัว ทิ้งพลังของประชาชน ของคนดี คิดดีต่อแผ่นดินไว้ข้างหลัง

คนดีจะแพ้ ความดีจะแพ้ ประเทศไทยจะแพ้ และรัฐไทยใหม่จะสถาปนา ความต่ำช้าจะครอบครองบ้านเมือง!!



ความเดิมประเด็นใกล้เคียงกัน

(บางทีระบบก็มั่ว ..แต่คลิกอ่านเถอะ)



12 ความเห็น ใน “คนดีจะแพ้ ความดีจะแพ้ ประเทศไทยจะแพ้”

  1. อาม่า

    เออ… :ดำๆ:

  2. n/e

    @อาม่า:
    เออไร อำมาตย์หน่อย

  3. อาม่า

    เออ…จริง…ไม่รู้มาก่อนเลยนะเนี่ย :หื่นๆ:

  4. n/e

    @อาม่า:
    อย่าประชด เดี๋ยวงดพบหลาน
    ป.ล. อีกไม่กี่วันจะกลับไปอยู่กะหลานๆ แระ :อ๋าย:

  5. Nice

    ฮือๆ เศร้าใจไทยแลนด์ (ขออีโมน้ำตาร่วงด้วยค่ะพี่)
    กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าน้อยจะถอยจม
    ผู้ดีจะเดินตรอก ขี้ครอกจะเดินถนน

  6. Sao

    My husband said one word to me about Aphisit’s decision for the Red Shirt’s situation ” COWARD”

  7. อาม่า

    อ่านเรื่องนี้ให้ที่ปรึกษาตั่วเหลาฟังแระ
    เขาชื่นชมว่า เขียนได้ดี เข้าใจได้ง่าย

    เรื่องหลาน เธอไม่มีสิทธิ์งด เคารพสิทธิ์ฉันด้วย

  8. n/e

    @Nice:
    ประโยคหลังสุดน่ะใช่เลย

    @Sao:
    สามีเสาว่าได้ตรงดี สั้นกระชับ “ขี้ขลาด ตาขาว”

    @อาม่า:
    ฝากขอบคุณด้วย
    เรื่องหลาน ต้องไปถามความเห็นหลานๆ ก่อนว่าจะยอมให้พบหรือไม่ ต้องเคารพสิทธิ์หลานด้วย :555+:

  9. hatyai-an

    น้องเน ชัดเจนแล้ว!!! :ขยิบ:
    แต่ ปชป. ยังไม่ชัด สักที …..ก็พอจะถือได้ว่านายกฯไทยคนนี้ เป็นคนดี แต่เป็นคนดีที่ขี้ขลาด แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร สำหรับประเทศไทย ที่สุดแสนจะวิกฤต

    พี่หลวงเอง ทำงานเป็นฟันเฟืองเล็กๆตัวหนึ่ง ในกระบวนการยุติธรรม ที่ยอมรับว่าหงุดหงิด รับไม่ได้กับคำว่า สมานฉันท์ ปรองดอง โดยเฉพาะ กับคนชั่ว จึงตัดสินใจ เกษียณอายุก่อนกำหนดไปแล้ว การงานก็เลยไม่หงุดหงิดแล้ว( เพราะไม่มีใครมา “ทำเฒ่า” ) แต่เมื่อมองออกไป ถึงความเป็นไปของเมืองไทยปัจจุบัน …ก็อย่างที่น้องเนว่า ถ้าคนดีแพ้ ความดีแพ้ ประเทศไทยเราก็แพ้… ทุกวันนี้ ก็เลย หงุดหงิด งุ่นง่าน อยู่เหมือนเดิม แต่….ก็ยืนยันว่า ประเทศไทยของเราจะไม่แพ้ แน่นอน :ม่ายๆ:

  10. n/e

    @hatyai-an:
    พี่หลวงครับ เพิ่งทราบว่าพี่หลวงออกก่อนกาลแล้ว ก็ดีถ้าเป็นทางเลือกที่พี่หลวงเห็นว่าดีสุด
    คุณอภิสิทธิ์เขาติดกับดักสองอย่าง ที่เขาล้วนสร้างขึ้นเอง ๑ ภาพลักษณ์ ๒ หลักการ ทั้งสองประสานกันแล้วสร้างเป็นตัวตน เป็นวิธีคิด เป็นวิธีปฏิบัติ อะไร ๆ จึงออกไปในทำนองที่เห็น

    ถ้าจะประเทศไทยจะไม่แพ้ ก็ด้วยพลังความดีของคนที่เหลือในสังคม อย่างพี่หลวงก็หนึ่ง หากแต่ “ผู้นำขลาดเขลา จะพาเราไปฉิบหาย” :ขยิบ:

    อากาศบ้านเราเป็นอย่างไรบ้างครับ ไม่ได้อยู่ในบรรยากาศอย่างใต้ ๆ นานแล้ว

  11. iPAD

    เฮ้อ………….. :ดำๆ:

  12. n/e

    อภิสิทธิ์-พธม.-เปลว สีเงิน – สุรวิชช์ วีรวรรณ
    http://manager.co.th/Daily/Vie…..0000063605

ร่วมคิดร่วมคุย

คิดอย่างไรว่าไปเถอะครับ แต่ขอร้องอย่าเกรียน อย่าตะแบง อย่านอกประเด็น รังเกียจนักแล.. ภาษาสัตว์เลื้อยคลานไม่ชอบ ไม่พ่นแถวนี้เป็นดีที่สุด เรื่องโกหก บิดเบือนอย่าเสียเวลาพิมพ์..ลบหมด ที่นี่ถิ่นผมถ้าจะเหลี่ยมไปเหลี่ยมไกลๆ ..ความเห็นใดไม่ขึ้นในบัดดล ขอโปรดได้อดทน จะมาตรวจสอบให้

XHTML: คุณสามารถใช้ tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

ใส่อารมณ์: :แว่นดำ: :แว: :แลบ: :แม่มๆ: :แง่: :เหล่: :เบี้ยว: :ฮือ: :อ๋าย: :หื่นๆ: :ยิ่มแฉ่ง :ม่ายๆ: :ดำๆ: :ดอก: :ฉงน: :ขยิบ: :Oo: :555+: